วิธีการขยายพันธุ์ไผ่ กรณี :ไผ่ตง

1. การเพาะเมล็ด

ไผ่ตงนั้นเมื่อแก่แล้วจะออกดอกและตาย ซึ่งปกติไผ่ตงจะเริ่มออกดอกในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม โดยเมล็ดไผ่ตงจะเริ่มแก่และหล่นประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน เกษตรกรสามารถนำเมล็ดไผ่ตงไปเพาะต่อโดยวิธีต่อไปนี้

การเก็บเมล็ดพันธุ์

เมล็ดไผ่ตงเมื่อแก่จัดจะล่วงลงพื้น เกษตรกรควรถางและกวาดโคนต้น เพื่อสะดวกในการเก็บเมล็ดไผ่ตง
คัดเมล็ดที่เสียออกเก็บไว้แต่เมล็ดที่สมบูรณ์
นำเมล็ดไผ่ตงมานวดและฝัดเอาเปลือกออก แล้วนำไปตากแดดประมาณ 1 วัน จึงนำไปเพาะได้ (ถ้าต้องการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เพราะควรคลุกด้วยสารเคมีเซฟวิน เอส-85 เพื่อป้องกันแมลงมารบกวนและไม่ควรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้นานเกิน 1 เดือน

การเพาะกล้าไผ่ตง

เมล็ดไผ่ตงที่จะนำมาเพาะควรจะเอาเปลือกออกก่อนเพื่อให้เมล็ดงอกเร็วขึ้นและเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
นำเมล็ดไผ่ตงไปแช่น้ำไว้ 2 คืน หรือแช่เมล็ดไผ่ตงในน้ำอุ่นก่อนประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วนำมาแช่น้ำทิ้งไว้อีก 1 คืน
นำเมล็ดไผ่ตงขึ้นจากน้ำแล้วนำมาห่อด้วยผ้า รดน้ำให้ชื้นอย่างสม่ำเสมอประมาณ 2 คืน เมล็ดไผ่ตงจะเริ่มงอก
นำเมล็ดไผ่ตงที่เริ่มงอกแล้วไปเพาะในแปลงที่มีขี้เถ้าแกลบผสมกับ ดินและทรายรองพื้นหนาประมาณ 4 นิ้ว หว่านเมล็ดและกลบด้วยดินหนาประมาณ 1 ซ.ม. คลุมแปลงด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง
หลังจากเพาะเมล็ดไผ่ตง 15 วัน จะได้ต้นกล้าที่มีความสูงประมาณ 2-3 นิ้ว ให้ย้ายต้นกล้าที่แข็งแรงลงในถุงเพาะและอนุบาลไว้ในเรือนเพาะชำหรือในที่ร่ม รำไรประมาณ 6-8 เดือน จึงน้ำต้นกล้าไปปลูกและขยายพันะ์ต่อไป

2.วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นการนำต้นกล้าที่ได้จากการเมล็ดมาขยาย พันธุ์ให้ได้ปริมาณมาก ๆ
เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนต้นพันธุ์รวมทั้งการแก้ไขปัญหาต้นพันธุ์ที่มากจาก การเพาะชำกิ่งแขนงออกดอกและตายเพราะ
กิ่งแขนงที่นำมาจากต้นแม่จะมีอายุเท่า กับต้นแม่ ฉะนั้นเมื่อต้นแม่ออกดอก กิ่งแขนงที่นำไปปลูกก็จะออกดอกตายด้วยเช่นกัน
แต่การเพราะเลี้ยงเนื้อเยื่อต้องอาศัยขั้นตอนและเทคนิคทางวิชาการมาก จึงควรเป็นหน้าที่ของหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชนที่มีความชำนาญเป็นผู้ ดำเนินการผลิต

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

3.การขยายพันธุ์โดยการแยกกอหรือเง้า
การชำปล้อง

การขยายพันธุ์โดยวิธีนี้จะต้องเลือกเหง้าที่มีอายุ 1-2 ปี โดยตัดตอให้สูงประมาณ 50-80 เซนติเมตร
แล้วทำการขุดเหง้ากับต่อออกจากกอแม่ แต่ต้องระวังอย่าให้ตาที่กอเหง้าแตกเสียหายได้ (เพาะตานี้จะแตกเป็นหน่อต่อไป)
การขยายพันธุ์วิธีนี้จะได้เหง้าแม่ที่สะสมอาหารอยู่มาก จึงมีอัตราการรอดตายสูง ทำให้หน่อแข็งแรงและและได้หน่อเร็วกว่าวิธีขยายพันธุ์โดยการใช้กิ่งแขนงหรือ ลำ

4.การขยายพันธุ์โดยการชำปล้อง

การ ขยายพันธุ์โดยการชำปล้องจะต้องเลือกลำที่มีอายุประมาณ 1 ปี แล้วนำมาตัดเป็นท่อน ๆ แต่ละท่อนมี 1 ข้อ
โดยจะต้องตัดตรงกลางท่อนให้รอยตัดทั้งสองข้างห่าจากข้อประมาณ 1 คืบ และต้องมีแขนงติดอยู่ประ 1 คืบ
จากนั้นนำไปชำในแปลงเพาะชำ โดยวางให้อยู่ระดับดินและให้ตราหงายขึ้น และต้องระวังอย่าให้ตาได้รับอันตราย
เพราะจะทำให้หน่อไม่งอก หลังจากนั้นเทน้ำใส่ปล้องไผ่ตรงให้เต็ม

การขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ จะต้องหมั่นดูแลรดน้ำอย่างสม่ำเสมอและ ต้องคอยเติมน้ำใส่ให้เต็มปล้องไผ่เสมอ
หลังจากนั้นประมาณ 2-4 สัปดาห์จะพบหน่อและรากแตกออกมา
เมื่อหน่อและรากแข็งแรงเต็มที่ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือน ก็ทำการย้ายปลูกได้
การชำปล้อง

5. การขยายพันธุ์โดยใช้กิ่งแขนงปักชำ มีการคัดเลือกดังนี้

ให้เลือกกิ่งแขนงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-1.5 นิ้ว

รากของกิ่งแขนงที่มีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลอมเหลืองและมีรากฝอยแตกจากรากแขนงแล้ว

ให้เลือกกิ่งแขนงที่ใบยอดคลี่แล้ว และกาบหุ้มตาหลุดหมดแล้วเช่นกัน

ให้เลือกกิ่งแขนงที่มีอายุ 4-6 เดือน ถ้าเป็นกิ่งค้างปียิ่งดี

ติดต่อสอบถาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *